Illustration

UNDOMAG+ issue 03 ฉบับ P7.
http://www.undomag.com/content/?p=2847
วันอาทิตย์ที่ 22 กรกฏาคม 2555 เวลา 10.00 - 18.00 น.
หอจดหมายเหตุพุทธทาส (สวนโมกข์ สวนรถไฟ ข้างตึก ปตท.)

 

... กิจกรรมวันงาน
• นิทรรศการชำแหละ นักวาดเผยเบื้องหลังการทำงาน แนวคิด วิธีการวาด แรงบันดาลใจ อื่น ฯลฯ
• นิทรรศการภาพวาดบนเฟรมผ้าใบ วาดมือจริง (ไม่ใช้คอมพิวเตอร์)
• โซนภาพประกอบจากนักวาดรุ่นใหญ่ อาโอม รัชเวทย์,อาสละ นาคบำรุง,อาเฉลิม อัคคะพู,อาสมชาย ปานประชา
อาสมบัติ คิ้วฮก,อาสวัสดิ์ สุวรรณปักษ์,อาธานี ชินชูศักดิ์ ร่วมกับนักวาดรุ่นใหม่ไฟแรง
• โซนวาดสด รับวาดคาแรกเตอร์การ์ตูนสำหรับผ ู้ที่สนใจ
• โซน workshop สอนวาดการ์ตูนทำเป็นเข็มกลัด เป็นที่ระลึก
• ตลาดนัดนักวาด นักวาดนำสินค้าตัวเองมาแลกเปลี่ ยนและจำหน่ายให้กับผู้สนใจ
• สำนักพิมพ์มาเปิดบูธ แนะนำหนังสือและจำหน่ายในราคาพิเศษ พร้อมมองหานักวาดหน้าใหม่ไปร่วมงาน
• สัมภาษณ์ พี่นำบุญ นามเป็นบุญ นักเขียนนิทานอาชีพ เจ้าของสำนักพิมพ์คิดไรเดอร์ เล่าประสบการณ์การ
เขียนนิทาน,การนำนิทานไปทำหนังสือภาพสำหรับเด็กและวัยรุ่น
• สัมภาษณ์ โรงพิมพ์ ฟาสต์บุ๊คส์ กระบวนการทำหนังสือเบ็ดเสร็จในที่เดียวโดยไม่ต้องออกจากบ้าน
และการต่อยอดผลงานของนักวาดสู่สิ่งพิมพ์ต่าง ๆ
• สัมภาษณ์นักวาด ที่หลายคนยกให้เป็นไอดอล มุนิน, PUCK, THE DUANG
หัวข้ออาชีพนักวาดการ์ตูนอยู่ได้ไหม..อยู่ได้ยังไง? พร้อมโชว์วาดสดตอนท้าย
• โหวดนักวาดภายในงาน ที่เป็นป๊อปปูล่าขวัญใจมหาชน
• จับฉลากมอบภาพวาดบนเฟรมผ้าใบ ให้กับผู้ที่มาร่วมงาน
• ตามล่าหานักวาด ใครที่มีลายเซ็นนักวาดที่อยู่ในงานเยอะที่สุด รับของที่ระลึกงานรวมเส้น 1 เซ็ทเป็นที่ระลึก

ตารางเวลางาน “รวมเส้น”
- 09.00 น. นักวาดและสำนักพิมพ์ลงทะเบียน & จัดบูธ
- 10.00 น.เปิดโต๊ะลงทะเบียนให้กับผู้เข้าชมงาน
* พิเศษสำหรับ 100 ท่านแรกที่ลงทะเบียนจะได้รับสมุดโน้ตปกโปสเตอร์งาน
ที่ผลิตแบบลิมิเต็ดเฉพาะงานนี้
เปิดให้ชมนิทรรศการและกิจกรรมในส่วนต่าง ๆ
- 13.00 - 14.00 น. เริ่มกิจกรรมบนเวที สัมภาษณ์พี่นำบุญ นามเป็นบุญ
- 14.00 - 15.00 น. สัมภาษณ์โรงพิมพ์ ฟาสต์บุ๊คส์
- 15.00 - 16.00 น.สัมภาษณ์นักวาด มุนิน, PUCK, THE DUANG
- 16.00 - 17.00 น.จับฉลากมอบผลงานภาพวาดบนเฟรมผ้าใบ
- 18.00 น. ถ่ายรูปร่วมกันเป็นที่ระลึกและปิดนิทรรศการ

edit @ 15 Jul 2012 02:03:06 by สละ นาคบำรุง

 ภาพประกอบเล็กๆในรายการ"คุณพระช่วย"งานวาดดินสอคล้ายภาพประกอบหนังสือ แต่ตอนใช้งานจริงในทีวีใช้ความละเอียดไม่สูงมาก ปกติงานพิมพ์ Resolution 300 dpi ทีวีใช้เพียง 72 dpi เท่านั้น วาดลงบนกระดาษขนาด A4 ดินสอ 2B สแกนลงเครื่องทำเทคนิกนิดหน่อย ให้สวยงามก็ใช้ได้

 

 

สมเด็จเจ้าแสาวคว้าฟืนไล่ตีเลยวิ่งหนีเอาตัวรอด (อายุประมาณ ๙ - ๑๐ ขวบ) แล้วเข้าเมืองเที่ยวระเหเร่ร่อนเข้าหมู่ไปตามฝูงเด็ก ๆ จนมีเพื่อนเล่นเพื่อนตงโม เดิมชื่อ ทอง เป็นชาวนาหนองหว้า กำพร้าพ่อแม่แต่เล็กอยู่กับพี่สาว พี่สาวใช้ให้ ตำข้าว หาฟืนทุกวัน วันหนึ่งตำข้าวหก พี่เที่ยวมาก เช่น เด็กบ้าน เด็กวัด เด็กทองนี้ได้เที่ยวอด ๆ อยาก ๆ อาศัยแต่น้ำประทังความหิวไปวันหนึ่ง ๆ ด้วยความอดทน

 

 

 

วันหนึ่งลงเล่นน้ำกับเด็กวัดใหญ่ที่ท่าหน้าวัด มีเปลือกแตงโมลอยน้ำมา ๑ ชิ้น ด้วยความหิวจึงคว้าเปลือกแตงโมได้แล้วก็ดำน้ำลงไปเคี้ยวกินแล้วโผล่ขึ้นมา เพื่อเด็กที่เล่นน้ำด้วยกันรู้ว่าเด็กทองกินเปลือกแตงโม ก็พากันเย้ยหยันต่าง ๆ ว่าตะกละกินเปลือกแตงโม จึงได้พากันเรียกว่าเด็กแตงโม ถึงอย่างไรก็ดี เด็กทองก็ไม่แสดงความเก้อเขินขัดแค้นต่อเพื่อเด็กด้วยกัน คงยิ้มแย้มแจ่มใสพูดจาเล่นหัวตามเคย

 

 

 

ตั้งแต่วันนั้นมาก็กระจ๋อกระแจ๋กับเด็กวัดใหญ่จนได้เข้าไปเล่นหัวอยู่ในวัดกับเพื่อน ทั้งได้ดูเพื่อนเขาเขียนอ่านกันอยู่เนือง ๆ แล้วก็เลยนอนค้างอยู่กับเพื่อในวัดด้วยกัน วันหนึ่งเป็นพิธีมงคลการ เจ้าเมืองได้นิมนต์สมภารไปสวดมนต์เย็น ครั้นเสร็จแล้วกลับวัด พอตกเวลากลางคืนสมภารจำวัดตอนใกล้รุ่งฝันว่าช้างเผือกตัวหนึ่งได้เข้ามาอยู่ในวัด แล้วขึ้นไปบนหอไตร แทงเอาตู้พระไตรปิฎกล้มลงหมดทั้งหอ ครั้นตื่นจากจำวัดท่านก็นั่งตรองความฝันจึงทราบได้โดยตำราลักษณะสุบินทำนาย พอได้เวลาท่านจะไปฉันที่บ้านเจ้าเมือง ท่านสั่งกับพระเผ้ากุฏิว่า ถ้ามีใครมาหาให้เอาตัวไว้ก่อนรอจนกว่าจะพบท่าน แล้วท่านก็ไปฉัน

 

ครั้นเสร็จแล้วกลับมาวัดถามพระว่ามีใครมาหาหรือเปล่า พระตอบว่าไม่มีใครมาหา ท่านจึงคอยอยู่จนเย็นก็ไม่เห็นมีใครมาจึงไต่ถามพระสามเณรศิษย์ว่าเมื่อคืนมีใครแปลกหน้าเข้ามาบ้างหรือเปล่า เด็กวัดคนหนึ่งเรียนว่า มีเด็กทองเข้ามานอนด้วยคนหนึ่ง ท่านจึงได้ให้ไปตามตัวมา ครั้นเด็กทองมาแล้ว ท่านจึงได้พิจารณาดูรู้ว่าเด็กทองนี้เองที่เข้าสุบิน ท่านจึงไต่ถามเรื่องราวต่าง ๆ จนได้ความตลอดแล้ว จึงชักชวนให้อยู่ในวัดมิให้ระเหระหนไปไหน ธรรมเนียมวัดแต่โบราณ เมื่อใครพาเด็กให้มาเล่าเรียนแล้ว มักจะปล่อยให้เล่นหัวกันเสีย ให้คุ้นเคย สัก ๒ - ๓ เวลาก่อน จึงจะให้ลงมือเขียนอ่าน พอถึงวันกำหนดท่านจึงเรียกเด็กทองให้เขียนหนังสือ เด็กทองก็เขียนได้ตั้งแต่ ก, , ก. กา,

ไปจนถึงเกยตลอดจนอ่านหนังสือพระมาลัยได้

 

 

ท่านมีความประหลาดใจจึงถามว่าเจ้ารู้มาจากไหน เด็กทองบอกว่ารู้ที่วัดนี้เอง เพราะดูเพื่อนเขาเขียนเขาอ่านจึงจำได้ ท่านสมภารจึงได้ให้บวชเป็นเณรหัดเทศน์ธรรมวัตรและมหาชาติ และเรียนอรรถแปลบาลีด้วย ครั้นเทศกาลเข้าพรรษา เจ้าเมืองให้สมภารเทศน์ ไตรมาส วันหนึ่งท่านสมภารไม่สบาย จึงให้สามเณรแตงโมไปแทน ครั้นสามเณรแตงโมไปถึงเจ้าเมืองเห็นเข้าก็ไม่ศรัทธา จึงบอกว่าเมื่อพ่อเณรมาแล้วก็เทศน์ไปเถิด แล้วกลับเข้าไปในห้องเสีย สามเณรแตงโมก็ขึ้นเทศน์ พอตั้งนะโมแล้วเดินบทจุลนีย์เริ่มทำนองธรรมวัตรสำแดงไป ผู้ทายกทั้งข้างหน้าข้างในได้ฟังเพราะจับใจ ทั้งกระแสเสียงก็แจ่มใส เมื่อเอ่ยถึงพระพุทธคุณมีพระอรหังเป็นต้น เสียงสาธุการและพนมมือแลเป็นฝักถั่วไปทั้งโรงธรรม ท่านเจ้าเมืองฟังอยู่ข้างในถึงกับนั่งอยู่ไม่ได้ จึงต้องกลับมานั่งฟังข้างนอกอย่างเคย และเพิ่มเครื่องกัณฑ์ติดเทียนขึ้นอีก เมื่อเทศน์จบแล้ว โดยความเลื่อมใสเข้าไปประเคนของและซักไซ้ไต่ถามเหตุผลว่าอยู่ที่ไหนแล้วปวารณาเป็นโยมอุปัฏฐาก อาราธนาให้มาแทนสมภารต่อไปว่า

ท่านแก่เฒ่าชราอาพาธอย่าให้มาประดักประเดิดเลย ขอให้พ่อเณรมาเทศน์แทนท่านเถิด ต่อนั้นไปสามเณรแตงโมก็มาเทศน์แทนเสมอ สามเณรแตงโมนี้ได้เล่าเรียนศึกษายังอาจารย์ที่มีอยู่ในอารามต่าง ๆ ในเมืองเพชรบุรี การศึกษาเช่นทางพระปริยัติธรรมและข้อกิจวัตรปฏิบัติจนสิ้นความรู้ของท่านสมภารในสมัยนั้น ท่านสมภารจึงได้พาตัวสามเณรแตงโมเข้ากรุงศรีอยุธยา ไปฝากไว้ต่อคุณวัดหลวงแห่งหนึ่งได้ศึกษาพระปริยัติธรรมจนจบพระไตรปิฎก นับได้ว่าเป็นเปรียญแล้ว ได้อุปสมทบเป็นพระภิกษุที่มีชื่อเสียงโด่งดัง จนเจ้าฟ้าเจ้าแผ่นดันนับถือ โปรดให้เป็นอาจารย์สอนหนังสือพระราชบุตร พระราชนัดนา ให้เสด็จมาเล่าเรียนพระพุทธศาสนา ปฏิบัติในคัมภีร์พระไตรย์เภธางค์สาตร์ นัยว่ากาลภายหลังมาเมื่อสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอพระองค์นั้นได้เสด็จเสวยราชย์แล้ว โปรดตั้งพระอาจารย์แตงโมเป็นพระราชาคณะที่พระสุวรรณมุนี ซึ่งปรากฏในฝูงชนภายหลังเรียกกันว่า สมเด็จเจ้าแตงโม เมื่อท่านได้มั่งคั่งด้วยสมณศักดิ์ฐานันดรแล้ว ภายหลังต่อมาท่านคิดถึงภูมิลำเนาบ้านเกิดเดิม และวัดอันเป็นสถานมูลศึกษาของท่าน จึงได้ถวายพระพรลาสมเด็จพระเจ้าแผ่นดินว่า จะออกไปปฏิสังขรณ์พระอารามที่เคยอยู่พำนักอาศัยเป็นการบำเพ็ญพุทธบูชา ก็ทรงอนุญาตอนุโมทนาแล้วถวายท้องพระโรงในพระราชวังองค์หนึ่งเป็นการช่วย เจ้าคุณอาจารย์ท่านได้นำมาประดิษฐานเป็นศาลาการเปรียญไว้ในวัดใหญ่นั้น ตัวไม้และเสาไม้ใหญ่งามมาก ลวดลายที่เขียนและลายสลักก็เป็นฝีมือโบราณ บานประตูศาลาการเปรียญสลักงามเป็นลายก้านขดปิดทองอย่างวิจิตร สมเด็จเจ้าแตงโม ได้ให้ช่างหล่อรูปท่านไว้รูปหนึ่ง แต่พระยาดำรงราชานุภาพว่า

"ของสำคัญอีกอย่างหนึ่งนั้น คือรูปพระสงฆ์หล่อเท่าตัวคนนั่งพับเพียบพนมมือ ฝีมือที่ปั้นและหล่อเหมือนคน ดีกว่ารูปของท่านขรัวโตหรือรูปสมเด็จพระราชาคณะที่ได้เคยเห็นในที่อื่น ๆ รูปนั้นเขาเรียกกันว่ารูปสมเด็จเจ้าแตงโม คือท่านผู้ที่สร้างวัดใหญ่นี้ระลึกถึงชาติภูมิจึงออกมาบูรณะวัดใหญ่และสร้างวัดขึ้นมาอีก ๒ วัด คือ วัดหนองหว้าวัด เพื่ออุทิศให้โยมมารดา และวัดดอนบ้านใหม่ เพื่ออุทิศส่วนกุศลให้โยมบิดา ทำเท่ากันเหมือนกัน แลยังปรากฏอยู่ด้วยกัน จนตราบเท่าทุกวันนี้ทั้ง ๒ วัด วัดใหญ่นั้นมีนามใหม่เรียกว่า วัดใหญ่สุวรรณาราม ตามชื่อของสมเด็จสังฆราชองค์นั้น และราษฎรพากันนับถือจึงให้ช่างจีปั้นรูปหล่อสังฆราชทองในเวลาท่านออกมาเมืองเพชรบุรี แล้วหล่อไว้สักการบูชาตราบเท่าจนกาลบัดนี้

ที่มา : ตำนานเมืองเพชร โดย พระยาปริยัติธรรมธาดา (แพ ตาละลักษมณ์) 

 

edit @ 11 Mar 2011 23:17:49 by salah

ภาพวาดชุดนี้ใช้ประกอบในรายการ"คุณพระช่วย"ของเวิร์คพ้อยท์ เอ็นเตอร์เทนเมนท์ ชุดนี้ผมวาดไว้นานแล้ว ชื่อเรื่องว่า"กระต่ายขาเดียว" ต่างกับชุดอื่นๆที่ผมวาดไป คือวาดเลียนแบบภาพเขียนจีน หาเทคนิคอยู่นานว่าจะทำอย่างไรดี ในที่สุดก็ใช้Photoshop ทำงานชุดนี้ ผลออกมาก็ไม่เลว ใครสนใจเอาไปใช้ดูนะครับ