2011/Mar/10

Thaillustrator #1 : นิทรรศการต้นฉบับ
วันอาทิตย์ที่ 20 มีนาคม 2554 เวลา 10.00-18.00 น.
สถานที่จัดงาน : Banana Family Park บ้านอารีย์ ขึ้น BTS ลงสถานีอารีย์

เดินไปทาง exim bank ประมาณ 100 เมตร ทางเข้าติดกับกำแพงธนาคารเลย

http://www.thaillustrator.com/event_thaillustrator2011.html

วันอาทิตย์ที่ 20 มีนาคม
( เวลา 07.00-10.00 น.นักวาดติดตั้งนิทรรศการ)
- 10.00-12.00 น. เปิดให้ชมนิทรรศการต้นฉบับ, นิทรรศการภาพวาดบนเฟรมผ้าใบ,นักวาด ฯ ทยอยมาตั้งบูธขายสินค้า
- 12.00-13.00 น. เริ่มเปิดขายสินค้า
- 13.00-14.00 น. สาธิตการวาดรูปแบบต่าง ๆ
- 14.00-15.00 น. สัมภาษณ์ นักวาด แบ่งปันประสบการณ์ & เปิดตัวหนังสือใหม่
- 15.00-16.00 น. สัมภาษณ์ บ.ก.สำนักพิมพ์
- 16.00-17.00 น. สัมภาษณ์ทีมงาน exteen & บริษัทที่ทำเกี่ยวกับการ์ตูนคาแรกเตอร์
- 17.00-18.00 น. แจกผลงานบางส่วนให้ผู้ร่วมงาน
- 18.00-19.00 น. ขอบคุณผู้มาร่วมงานและปิดกิจกรรม
- 19.00-20.00 น. นักวาดทยอยเก็บผลงาน & นิทรรศการ

edit @ 10 Mar 2011 11:52:52 by salah

2010/Jan/02

วาดล้อเลียน ท่านไทเกอร์ วูดส์ ในช่วงเหตุการณ์มีปัญนหาครอบครัว น่าสงสารแต่ก็นะ...ข่าวคนดัง ต้องวาดบันทึกไว้ "เสือเขี้ยวหัก"น่าจะเหมาะกับบุคลิกของท่าน เหมาะกับชื่อ และความเพลี้ยงพล้ำเสียเชิงเสือ...แต่ไม่ตายหรอก...แค่เสียรูป....แฮะ..แฮะ...

 

edit @ 10 Mar 2011 11:42:27 by salah

2008/May/01

 ภาพประกอบเล็กๆในรายการ"คุณพระช่วย"งานวาดดินสอคล้ายภาพประกอบหนังสือ แต่ตอนใช้งานจริงในทีวีใช้ความละเอียดไม่สูงมาก ปกติงานพิมพ์ Resolution 300 dpi ทีวีใช้เพียง 72 dpi เท่านั้น วาดลงบนกระดาษขนาด A4 ดินสอ 2B สแกนลงเครื่องทำเทคนิกนิดหน่อย ให้สวยงามก็ใช้ได้

 

 

สมเด็จเจ้าแสาวคว้าฟืนไล่ตีเลยวิ่งหนีเอาตัวรอด (อายุประมาณ ๙ - ๑๐ ขวบ) แล้วเข้าเมืองเที่ยวระเหเร่ร่อนเข้าหมู่ไปตามฝูงเด็ก ๆ จนมีเพื่อนเล่นเพื่อนตงโม เดิมชื่อ ทอง เป็นชาวนาหนองหว้า กำพร้าพ่อแม่แต่เล็กอยู่กับพี่สาว พี่สาวใช้ให้ ตำข้าว หาฟืนทุกวัน วันหนึ่งตำข้าวหก พี่เที่ยวมาก เช่น เด็กบ้าน เด็กวัด เด็กทองนี้ได้เที่ยวอด ๆ อยาก ๆ อาศัยแต่น้ำประทังความหิวไปวันหนึ่ง ๆ ด้วยความอดทน

 

 

 

วันหนึ่งลงเล่นน้ำกับเด็กวัดใหญ่ที่ท่าหน้าวัด มีเปลือกแตงโมลอยน้ำมา ๑ ชิ้น ด้วยความหิวจึงคว้าเปลือกแตงโมได้แล้วก็ดำน้ำลงไปเคี้ยวกินแล้วโผล่ขึ้นมา เพื่อเด็กที่เล่นน้ำด้วยกันรู้ว่าเด็กทองกินเปลือกแตงโม ก็พากันเย้ยหยันต่าง ๆ ว่าตะกละกินเปลือกแตงโม จึงได้พากันเรียกว่าเด็กแตงโม ถึงอย่างไรก็ดี เด็กทองก็ไม่แสดงความเก้อเขินขัดแค้นต่อเพื่อเด็กด้วยกัน คงยิ้มแย้มแจ่มใสพูดจาเล่นหัวตามเคย

 

 

 

ตั้งแต่วันนั้นมาก็กระจ๋อกระแจ๋กับเด็กวัดใหญ่จนได้เข้าไปเล่นหัวอยู่ในวัดกับเพื่อน ทั้งได้ดูเพื่อนเขาเขียนอ่านกันอยู่เนือง ๆ แล้วก็เลยนอนค้างอยู่กับเพื่อในวัดด้วยกัน วันหนึ่งเป็นพิธีมงคลการ เจ้าเมืองได้นิมนต์สมภารไปสวดมนต์เย็น ครั้นเสร็จแล้วกลับวัด พอตกเวลากลางคืนสมภารจำวัดตอนใกล้รุ่งฝันว่าช้างเผือกตัวหนึ่งได้เข้ามาอยู่ในวัด แล้วขึ้นไปบนหอไตร แทงเอาตู้พระไตรปิฎกล้มลงหมดทั้งหอ ครั้นตื่นจากจำวัดท่านก็นั่งตรองความฝันจึงทราบได้โดยตำราลักษณะสุบินทำนาย พอได้เวลาท่านจะไปฉันที่บ้านเจ้าเมือง ท่านสั่งกับพระเผ้ากุฏิว่า ถ้ามีใครมาหาให้เอาตัวไว้ก่อนรอจนกว่าจะพบท่าน แล้วท่านก็ไปฉัน

 

ครั้นเสร็จแล้วกลับมาวัดถามพระว่ามีใครมาหาหรือเปล่า พระตอบว่าไม่มีใครมาหา ท่านจึงคอยอยู่จนเย็นก็ไม่เห็นมีใครมาจึงไต่ถามพระสามเณรศิษย์ว่าเมื่อคืนมีใครแปลกหน้าเข้ามาบ้างหรือเปล่า เด็กวัดคนหนึ่งเรียนว่า มีเด็กทองเข้ามานอนด้วยคนหนึ่ง ท่านจึงได้ให้ไปตามตัวมา ครั้นเด็กทองมาแล้ว ท่านจึงได้พิจารณาดูรู้ว่าเด็กทองนี้เองที่เข้าสุบิน ท่านจึงไต่ถามเรื่องราวต่าง ๆ จนได้ความตลอดแล้ว จึงชักชวนให้อยู่ในวัดมิให้ระเหระหนไปไหน ธรรมเนียมวัดแต่โบราณ เมื่อใครพาเด็กให้มาเล่าเรียนแล้ว มักจะปล่อยให้เล่นหัวกันเสีย ให้คุ้นเคย สัก ๒ - ๓ เวลาก่อน จึงจะให้ลงมือเขียนอ่าน พอถึงวันกำหนดท่านจึงเรียกเด็กทองให้เขียนหนังสือ เด็กทองก็เขียนได้ตั้งแต่ ก, , ก. กา,

ไปจนถึงเกยตลอดจนอ่านหนังสือพระมาลัยได้

 

 

ท่านมีความประหลาดใจจึงถามว่าเจ้ารู้มาจากไหน เด็กทองบอกว่ารู้ที่วัดนี้เอง เพราะดูเพื่อนเขาเขียนเขาอ่านจึงจำได้ ท่านสมภารจึงได้ให้บวชเป็นเณรหัดเทศน์ธรรมวัตรและมหาชาติ และเรียนอรรถแปลบาลีด้วย ครั้นเทศกาลเข้าพรรษา เจ้าเมืองให้สมภารเทศน์ ไตรมาส วันหนึ่งท่านสมภารไม่สบาย จึงให้สามเณรแตงโมไปแทน ครั้นสามเณรแตงโมไปถึงเจ้าเมืองเห็นเข้าก็ไม่ศรัทธา จึงบอกว่าเมื่อพ่อเณรมาแล้วก็เทศน์ไปเถิด แล้วกลับเข้าไปในห้องเสีย สามเณรแตงโมก็ขึ้นเทศน์ พอตั้งนะโมแล้วเดินบทจุลนีย์เริ่มทำนองธรรมวัตรสำแดงไป ผู้ทายกทั้งข้างหน้าข้างในได้ฟังเพราะจับใจ ทั้งกระแสเสียงก็แจ่มใส เมื่อเอ่ยถึงพระพุทธคุณมีพระอรหังเป็นต้น เสียงสาธุการและพนมมือแลเป็นฝักถั่วไปทั้งโรงธรรม ท่านเจ้าเมืองฟังอยู่ข้างในถึงกับนั่งอยู่ไม่ได้ จึงต้องกลับมานั่งฟังข้างนอกอย่างเคย และเพิ่มเครื่องกัณฑ์ติดเทียนขึ้นอีก เมื่อเทศน์จบแล้ว โดยความเลื่อมใสเข้าไปประเคนของและซักไซ้ไต่ถามเหตุผลว่าอยู่ที่ไหนแล้วปวารณาเป็นโยมอุปัฏฐาก อาราธนาให้มาแทนสมภารต่อไปว่า

ท่านแก่เฒ่าชราอาพาธอย่าให้มาประดักประเดิดเลย ขอให้พ่อเณรมาเทศน์แทนท่านเถิด ต่อนั้นไปสามเณรแตงโมก็มาเทศน์แทนเสมอ สามเณรแตงโมนี้ได้เล่าเรียนศึกษายังอาจารย์ที่มีอยู่ในอารามต่าง ๆ ในเมืองเพชรบุรี การศึกษาเช่นทางพระปริยัติธรรมและข้อกิจวัตรปฏิบัติจนสิ้นความรู้ของท่านสมภารในสมัยนั้น ท่านสมภารจึงได้พาตัวสามเณรแตงโมเข้ากรุงศรีอยุธยา ไปฝากไว้ต่อคุณวัดหลวงแห่งหนึ่งได้ศึกษาพระปริยัติธรรมจนจบพระไตรปิฎก นับได้ว่าเป็นเปรียญแล้ว ได้อุปสมทบเป็นพระภิกษุที่มีชื่อเสียงโด่งดัง จนเจ้าฟ้าเจ้าแผ่นดันนับถือ โปรดให้เป็นอาจารย์สอนหนังสือพระราชบุตร พระราชนัดนา ให้เสด็จมาเล่าเรียนพระพุทธศาสนา ปฏิบัติในคัมภีร์พระไตรย์เภธางค์สาตร์ นัยว่ากาลภายหลังมาเมื่อสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอพระองค์นั้นได้เสด็จเสวยราชย์แล้ว โปรดตั้งพระอาจารย์แตงโมเป็นพระราชาคณะที่พระสุวรรณมุนี ซึ่งปรากฏในฝูงชนภายหลังเรียกกันว่า สมเด็จเจ้าแตงโม เมื่อท่านได้มั่งคั่งด้วยสมณศักดิ์ฐานันดรแล้ว ภายหลังต่อมาท่านคิดถึงภูมิลำเนาบ้านเกิดเดิม และวัดอันเป็นสถานมูลศึกษาของท่าน จึงได้ถวายพระพรลาสมเด็จพระเจ้าแผ่นดินว่า จะออกไปปฏิสังขรณ์พระอารามที่เคยอยู่พำนักอาศัยเป็นการบำเพ็ญพุทธบูชา ก็ทรงอนุญาตอนุโมทนาแล้วถวายท้องพระโรงในพระราชวังองค์หนึ่งเป็นการช่วย เจ้าคุณอาจารย์ท่านได้นำมาประดิษฐานเป็นศาลาการเปรียญไว้ในวัดใหญ่นั้น ตัวไม้และเสาไม้ใหญ่งามมาก ลวดลายที่เขียนและลายสลักก็เป็นฝีมือโบราณ บานประตูศาลาการเปรียญสลักงามเป็นลายก้านขดปิดทองอย่างวิจิตร สมเด็จเจ้าแตงโม ได้ให้ช่างหล่อรูปท่านไว้รูปหนึ่ง แต่พระยาดำรงราชานุภาพว่า

"ของสำคัญอีกอย่างหนึ่งนั้น คือรูปพระสงฆ์หล่อเท่าตัวคนนั่งพับเพียบพนมมือ ฝีมือที่ปั้นและหล่อเหมือนคน ดีกว่ารูปของท่านขรัวโตหรือรูปสมเด็จพระราชาคณะที่ได้เคยเห็นในที่อื่น ๆ รูปนั้นเขาเรียกกันว่ารูปสมเด็จเจ้าแตงโม คือท่านผู้ที่สร้างวัดใหญ่นี้ระลึกถึงชาติภูมิจึงออกมาบูรณะวัดใหญ่และสร้างวัดขึ้นมาอีก ๒ วัด คือ วัดหนองหว้าวัด เพื่ออุทิศให้โยมมารดา และวัดดอนบ้านใหม่ เพื่ออุทิศส่วนกุศลให้โยมบิดา ทำเท่ากันเหมือนกัน แลยังปรากฏอยู่ด้วยกัน จนตราบเท่าทุกวันนี้ทั้ง ๒ วัด วัดใหญ่นั้นมีนามใหม่เรียกว่า วัดใหญ่สุวรรณาราม ตามชื่อของสมเด็จสังฆราชองค์นั้น และราษฎรพากันนับถือจึงให้ช่างจีปั้นรูปหล่อสังฆราชทองในเวลาท่านออกมาเมืองเพชรบุรี แล้วหล่อไว้สักการบูชาตราบเท่าจนกาลบัดนี้

ที่มา : ตำนานเมืองเพชร โดย พระยาปริยัติธรรมธาดา (แพ ตาละลักษมณ์) 

 

edit @ 11 Mar 2011 23:17:49 by salah

2008/Mar/23

ผมเฝ้ามองมานาน กับผู้ชายคนนี้ สอยอ สอยอ "สายัณห์ สัญญา"นักร้องคนเก่าพี่เป้าคนเดิม แหบมหาเสน่ห์ รักสายัณห์น้อยๆแต่ให้นานๆ ผู้มีบุคลิกโดดเด่นเกินจะอดใจ ว่าไปนั่น...ขอวาดภาพล้อเลียนงามๆซักภาพพี่แกคงไม่ว่าอะไรหรอก แต่มานั่งดูใบหน้าพี่เป้า ผมว่า...ไม่ว่าใครก็สามารถวาดรูปพี่แกได้นะ ว่ามั้ย...แต่ของผมออกมาอย่างที่เห็น...

2008/Jan/29

งานออกแบบ robot เกิดจากความชอบส่วนตัว ที่ทำไว้มานานแล้วแต่ยังไม่ได้สานต่อ ลองเอาออกมาโชว์หน่อยแล้วกัน หวังว่าคงมีคนชอบนะ ถ้าไม่ชอบก็อย่าว่ากันนะ

ออ...ยังมีอีกบางส่วนถ้าอยากจะชม...เชิญ...http://www.salahtoon.com/html/robot01.html

edit @ 29 Jan 2008 14:31:49 by salah

2007/Sep/30

ทดลองวาดภาพคนเหมือนด้วยเทคนิก digital painting โดยอาศัยโปรแกรม photoshop ลงมือวาดจริงๆก็พบกับเทคนิกไม่รู้จบ สามารถทำแตกความคิดไปได้เรื่อยๆจนกว่าเราจะพอใจเราจะผลงานออกมาอย่างน่าแปลกใจหรือบางทีเกิดเคนิกแบบฟลุ๊กๆขณะวาด สนุกดีแฮะ อยากชวนมาให้ลองวาดกัน

ภาพนี้วาดอาจารย์ชัยวัฒน์ วรรณานนท์ ศิลปินเอกจากสุราษฎร์ธานีผู้ที่สร้างผลงานไว้มากมายทั่วแผ่นดินไทย

ภาพนี้ ท่านอรุณ วัชรสวัสดิ์ นักเขียนการ์ตูนรุ่นเดอะ เจ้าของผลงานเด็กหัวจุกโลโก้ประจำหนังสือพิมพ์"มติชน"หรือบางคนอาจจะเคยเห็นท่านจากรายการ"จดหมายเหตุกรุงศรีฯ"ทางช่องเจ็ด

2007/Aug/25

ภาพล้อ"โหน่งเท่งนักเลงภูเขาทอง"คู่หูที่โด่งดังที่สุด มีคาแร็กเตอร์ชัดเจน วาดเป็นภาพล้อเลียนจึงไม่ยากมาก เพียงออกแบบส่วนลำตัวให้ท่าทางให้สอดคล้องกับสีหน้าและอารมณ์ที่ตัวการ์ตูนแสดง ผมระบายด้วยสีน้ำตามสไตล์ โดยเน้นน้ำหนักแสงเงาให้เหมือนจริงที่สุด แต่ภาพนี้จะเน้นส่วนรอยยับของเสื้อผ้ามากเป็นพิเศษ เป็นอีกภาพที่ชอบมากภาพหนึ่งที่วาดมา จะมีไครชอบบ้างไหมหนอ...

2007/Aug/02

ออกแบบการ์ตูนให้กับรายการ"เวทีทอง"ของเวิร์คพ้อยท์ ซึ่งเป็นเกมโชว์แรกๆที่โด่งด้งมากจากสองพิธิกรคู่หู กิ๊ก-หม่ำ ตอนนี้รายการหยุดไปซะแล้ว...ผมเอาภาพเสก็ตมาให้ดูเพื่อเป็นการรำลึกถึงแล้วกัน ลืมบอกไปว่าเป็นภาพนี้ใช้เป็นแผ่นเปิดป้ายเล่นเกม...

ภาพแรกเป็นภาพ"ดีเจภูมิโจรกระจอก"คอนเซ็ปคือ "ปากหนา"

ภาพนี้วาดภาพ"แอนดี้โจรไฮเทค"ออกแบบให้เป็น "ปากแหลม"

ภาพสุดท้ายวาดรูป"คุณพัน รายการสู้เพื่อแม่ โจรสลัด" ภาพที่ต้องการคือ "ปากห้อย"

ทั้งสามภาพทำขึ้นในยุคที่พิธีกรเปลี่ยนจาก"กิ๊ก-หม่ำ"มาเป็น"ภูมิ-แอนดี้"คอนเซ็ปชุดนี้คือ"โจร"ที่คิดออกมามาได้คือ ภูมิเป็นโจรกระจอก แอนดี้เป็นโจรไฮเทค คุณพันเป็นโจรสลัด....เป็นไง...แค่คิดคอนเซ็ปก็ปวดหัวแล้ว กว่าจะวาดให้หน้าคล้ายพิธีกรอีก..ไม่ง่ายหรอกครับท่านผู้ชม...

2007/Jul/07

ออกแบบคาแร็กเตอร์ไว้ เอามาวาดลงเฟรมผ้าใบด้วยสีอะคิลิค มันก็สวยไปอีกแบบ


2007/Jun/25

ช่วงหนึ่งได้วาดการ์ตูนโฆษณาให้"รายการสู้เพื่อแม่"ของบริษัท เวิร์คพอยท์ เอ็นเทอร์เทนเมนท์ จำกัด มีวีธีการและเทคนิคที่น่าสนใจ คาแร็คเตอร์การ์ตูนชุดนี้ ออกแบบโดย ชัยพร พานิชรุทติวงศ์ เป็น นักแอนิเมชั่น ต้นแบบคนหนึ่ง เจ้าของบริษัท บ้านอิทธิฤทธิ์ จำกัด ผู้ผลิตงานทางด้านบันเทิงและ production house

ร่างเสก็ตครั้งแรกออกมาใกล้เคียงแต่ยังไม่ถูกใจซะที่เดียว

เสก็ตครั้งต่อมาและอีกสองสามครั้งจนออกมาตรงกับที่ต้องการมากที่สุด ไม่ง่ายนะว่ามั้ย

เมื่อเสก็ตโอเค เราก็เริ่มวาดตัวการ์ตูนทีละต้วเพื่อง่ายต่อการทำงาน เริ่มจากต้วมังกรพระเอกของเราก่อนเป็นอันดับแรก

จากนั้นก็วาดเด็กผู้ชายกำลังต่อไพ่อยู่ วางในตำแหน่งที่เสก็ตไว้

ต่อมาก็วาดโต๊ะปูด้วยผ้าลายตารางหมากรุก ใว้สีร้อนและสีเย็นแบ่งให้เห็นทั้งเด็กและมังกรเป็นฝ่ายตรงข้ามกันแข่งเล่นเกมกัน

วาดดาบสู้เพื่อแม่ เสียบอยู่บนหิน วางอยู่ตรงกลาง อันนี้ไม่มีในเสก็ต

ขาดไม่ได้ก็คือแบ็กกราวด์ มีแสงสาดลงมาจากท้องฟ้า ดูเท่ห์และสมบูรณ์เป็นบ้าเลยเป็นอันเสร็จ

งานมาจบจริงๆ ต่อเมื่อเอามาประกอบอาร์ตเวิร์ค ใส่ตัวอักษรสีสันอื่นๆ ทุกฝ่าย เคาะ โอเคงานคุณทางเราซื้อ แฮะ แฮะ หายเหนื่อย ใครสนใจงานแบบนี้ลองทำดูได้ งานทุกขั้นตอนทำด้วยโปรแกรม Photoshop ครับ

edit @ 3 Jun 2008 10:58:07 by salah



สละ นาคบำรุง
View full profile


MusicPlaylist
Music Playlist at MixPod.com


ShoutMix chat widget